สัมภาษณ์พิเศษ Nortis Rise ริเริ่มสร้างสังคมประหยัดพลังงานด้วย ICO รายแรกของไทย

นอร์ติสฯ เปิดตัว “โซลาร์โนวา” เฟอร์นิเจอร์โซลาร์เซลล์ครั้งแรกในเมืองไทย
15/11/2017
คุณเจษฎา โสภณพนิช ยังพิชิต เริ่มต้นธุรกิจโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย
17/11/2017

หากใครจำกันได้ หนึ่งในบูธของงาน Techsauce Global Summit 2017 ที่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ร่วมงานไม่น้อย ก็คือบูธของ Nortis Rise บริษัทด้านพลังงานที่มีบริการเป็นที่จดจำอย่าง SOLARLAA ตัวช่วยด้านการวางแผนติดตั้ง Solar Cell และการประหยัดพลังงาน โดยในงานที่ผ่านมา Nortis Rise ก็ได้มานำ Solarlaa Box อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้านมาเปิดตัว และจากกระแสในวันนั้น มาจนถึงวันนี้ Nortis Rise ได้สร้างสรรค์อีกหนึ่งสิ่งที่มาทำงานร่วมกับ Solarlaa Box นั่นก็คือ การสร้างเหรียญ Cryptocurrency ของตนเอง มาขับเคลื่อนความตระหนักในการประหยัดพลังงาน ผ่านการริเริ่มด้วยการระดมทุนด้วย ICO ครั้งแรกของนักพัฒนาด้านพลังงานไทย

 

 

ดูแล้วอาจจะยังงงๆว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร Techsauce ก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์พิเศษกับคุณศรัณย์ เหล่าอยู่คง และคุณอรอุมา สีแสงทอง CTO และ CIO จากบริษัท Nortis Rise ซึ่งตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นบริษัทด้านพลังงานรายแรกในไทยที่ระดมทุน digital platform ผ่าน ICO และมีเหรียญ Cryptocurrency ของตนเองชื่อว่า digiMint

คำว่า digiMint มาจากอะไร

digi มาจากคำว่าดิจิทัล ส่วน Mint จริงๆมีหลายความหมาย แต่ความหมายหนึ่งแปลได้ว่าเหรียญ หรือการสร้างเหรียญ รวมกันแล้วก็สามารถแปลได้ว่าการสร้างเหรียญดิจิทัลนั่นเอง แต่ digiMint นั้นมีตัวย่อว่า DiM ซึ่ง DiM ตัวนี้ก็มีความหมายที่เราใส่ไว้คือ การหรี่ไฟ สามารถหมายถึงการลดการใช้พลังงานได้นั่นเอง

จุดเริ่มต้นของเหรียญ digiMint (DiM) นี้คืออะไร มาเกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงานได้อย่างไร?

คุณอรอุมา : ย้อนไปก่อนว่าเดิมเราเป็นนักพัฒนาด้านพลังงาน มีผลิตภัณฑ์คือ SOLARLAA เป็นแอปพลิเคชันช่วยวางแผนในการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ต่อยอดด้วยระบบประมวลผล (monitoring) แบบ realtime ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับกล่อง (Solarlaa Box) ที่เราได้เปิดตัวไปในงาน Techsauce Global Summit แต่ก่อนอื่นให้ความเข้าใจกันก่อนว่า

“Solar Cell ไม่ได้เป็นวิธีลดการใช้พลังงานเพียงอย่างเดียว การประหยัดพลังงานนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้ใช้ด้วย  และในตอนนี้ประเทศไทยทุกอย่างเป็น 4.0 ซึ่งอุปกรณ์ในยุคดิจิทัลล้วนแล้วแต่ต้องใช้ไฟ และทุกคนสามารถช่วยกันผลิตไฟใช้เองได้ ทุกวันนี้ทั้งเทคโนโลยี และ สื่อความรู้มีมากมายจนการผลิตไฟใช้เองมันไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเกินไปแล้ว”

 

ซึ่งเรื่องของค่าไฟฟ้าถ้าเป็นบ้านหลังใหญ่หรือระดับโรงงาน เจ้าของก็คิดหนัก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร บางโรงงานใช้จ่ายค่าไฟเป็นล้าน ไม่สามรถลดได้เพราะจะสูญเสียกำลังการผลิต หรืออย่างบางบ้านที่สงสัยว่าทำไมตอนกลางวันค่าไฟถึงสูงมากเลยทั้งๆที่ไม่มีคนอยู่ ก็มาพบว่าแม่บ้านเป็นคนใช้ไฟ ซึ่งถ้าเราไม่มีตัว Monitor เราก็ไม่สามารถรู้ได้ และ ไม่สามารถมีตัวช่วยในการประหยัดพลังงานได้ ซึ่ง DiM จะสามารถตอบโจทย์ส่วนนี้ได้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก แล้วยังเป็นการสร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการ และให้คำแนะนำในการประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

คุณศรัณย์ : ทางเราก็มองเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใส่ผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว Blockchain ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีการเก็บข้อมูลที่โปร่งใส และมีความปลอดภัยนี่จึงเป็นเหตุผลที่เราทำตัวเหรียญคือ DiM นี้ขึ้นมา

 

หน้าที่ของ digiMint (DiM) คืออะไร?

 

คุณศรัณย์ : ในส่วนของข้อมูลการใช้ไฟฟ้า เราจะได้รับข้อมูลจาก Solarlaa Box ซึ่งตัว DiM เป็นตัวแทนที่แสดงว่าประหยัดพลังงานได้เท่าไร โดยในการ Monitoring จะเป็นในส่วนของ SOLARLAA แต่เราเพิ่ม Value เข้าไปด้วย digiMint โดยหากเราประหยัดพลังงานได้ ก็จะได้รับเหรียญคือ digiMint หรือ DiM และสามารถสะสมเพื่อนำเหรียญดังกล่าวไปใช้ เช่นในการลงทุนกับการติดตั้ง Solar Cell ต่อได้

การทำงานของระบบ

คุณศรัณย์ : ตัว Blockchain Platform เป็นตัวที่สร้าง Community ขึ้นมา ความหมายคือแต่ละคนมีกล่อง Solarlaa Box ซึ่งแต่ละกล่องจะทำให้เจ้าของบ้านสามารถเห็นข้อมูลการประหยัดพลังงานของแต่ละคนได้ ทำให้ทุกคนเหมือนแข่งขันกันว่าทำไมบ้านเราใช้ไฟแพง บ้านอื่นไม่เห็นแพงเลย จะเกิดเป็นความอยากรู้ขึ้นมา คือมันต้องมี Ecosystem ของมันขึ้นมา ด้วยความที่เราเปิดเป็น Public Blockchain อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันเชื่อมต่อกันได้หมด ทุกคนสามารถคุยกันได้หมดโดยไม่ต้องแชร์โลเคชั่นก็ได้

ขั้นตอนการรับเหรียญ digiMint (DiM) ด้วยการประหยัดพลังงาน

เมื่อผู้ใช้ได้รับตัวกล่องมา ก็ต้องติดตั้งและ Verify ซึ่งถ้าเป็นคนใช้ตามบ้านกับโรงงาน แต่ละคนจะมี baseline การใช้พลังงานที่ต่างกัน เราต้องออกแบบโดยดูพฤติกรรมการใช้ของผู้ใช้ก่อน โดยจะมี Target ตัวกล่องเหมือนกัน แต่ตัวเซนเซอร์ที่จับอาจจะเป็นคนละรุ่นกัน ส่วนตัวประเมินผลจะเหมือนกันเพราะมีหน้าที่ส่งข้อมูลผ่านทางคลาวด์ เมื่อใช้งานระบบจะตัวส่งข้อมูลเป็นระยะ และจะมีการส่งข้อมูลหาผู้ใช้ว่า Tips การประหยัดพลังงานมันควรจะทำอย่างไร

ซึ่งหากประหยัดพลังงานได้ ก็จะได้รับ DiM ซึ่งตัว DiM เหมือนเป็นการสะสมคะแนนทำให้ผู้ใช้อยากลดค่าไฟมากขึ้น ซึ่งเมื่อผู้ใช้สะสมคะแนนได้ สามารถเทรดสู่ตลาดได้ สุดท้ายลูกค้าสามารถเทรดเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา ที่สามารถช่วยลดค่าไฟได้

ทำไมถึงเลือกการออก ICO มีข้อควรระวังอะไรไหม

เรามองว่าจุดประสงค์เรามันดี ไม่ใช่ว่าบริษัทหรือคนซื้อได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว เราต้องการให้ทุกคนได้ประโยชน์ คืออยากให้คนทั้งโลกได้ประโยชน์จริงๆ แล้วข้อมูลที่เราได้มามันก็มีมูลค่าด้วยในอนาคต เราก็สามารถแชร์ข้อมูลเรื่องการใช้ไฟฟ้ากัน

คุณอรอุมา : จริงๆ มันเป็น CSR value ที่ดีมากสำหรับ Corporate แทนที่จะมีแต่ CVC แล้วก็แข่งกัน เราอยากสร้างความตระหนักให้คนเห็นความสำคัญในด้านการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์นี้สามารถบอกได้ว่าเราลดค่าไฟไปเท่าไหร่ คนที่อยากรู้ค่าไฟก็รู้ได้เหมือน Fitbit นาฬิกาข้อมูลที่บอกเราว่าเดินได้เท่าไหร่ เผาผลาญไปกี่แคลอรี่ ซึ่งการมีอุปกรณ์ที่ดี ก็ต้องมีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่มีผล เราอยากให้คนตระหนักที่อยากจะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ถ้าเค้าปรับเปลี่ยนมันจะเกิดผลกระทบที่ดีต่อตัวเค้าเองก่อน นี่คือสิ่งที่เราพยายามที่จะผลักดัน

ด้วยความที่เราเป็น Green Energy ไม่ได้ทำเพื่อช่วยประหยัดเงินอย่างเดียว แต่เราอยากสร้าง ความตระหนักเรื่อง Green Energy ขึ้นมาด้วย มันมี 2 ความหมาย คือมันเป็นการซื้อขายกันก็จริง แต่เป็นการซื้อขายไม่ให้มลภาวะในโลกเพิ่มไปมากกว่านี้

ทั้งนี้ราคาของเหรียญ DiM คือ 1 DiM = 35 บาท หรือประมาณ 1 ดอลลาร์ โดยหากลงทุน 3500 บาท หรือ 100 DiM จะได้รับ Solarlaa Box มาติดตั้ง 1 กล่อง สำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและอ่าน White Paper ได้ที่ www.digimint.org

Comments are closed.